(เครดิตรูปภาพ: freepik)
ถ้าพูดถึงประกันภัยรถยนต์ หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า "กรมธรรม์" อยู่บ่อย ๆ แต่ไม่เคยเปิดอ่านจริงจังใช่ไหม?
แต่รู้ไหมว่ากรมธรรม์ประกันภัยเป็นเอกสารที่สำคัญมาก! ถ้าคุณไม่อยากพลาดสิทธิประโยชน์หรือมีปัญหาตอนเคลม มาดูกันว่าเราควรเช็กอะไรในกรมธรรม์บ้าง
กรมธรรม์ประกันภัยคืออะไร?
กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ คือ สัญญาระหว่างคุณ (ผู้เอาประกัน) กับบริษัทประกันภัย ที่ระบุข้อตกลงเกี่ยวกับความคุ้มครอง เงื่อนไข ข้อยกเว้น และจำนวนเงินเอาประกัน โดยปัจจุบันสามารถรับเป็นเอกสารจริงหรือ e-Policy (กรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์) ได้เลย ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหนก็ใช้เคลมได้เหมือนกัน!
8 จุดสำคัญที่ต้องเช็กในกรมธรรม์
1. เลขกรมธรรม์
-
ทำไมต้องเช็ก?
- เลขกรมธรรม์เป็นเหมือนรหัสประจำตัวของประกันรถคุณ ใช้สำหรับอ้างอิงเวลาขอเคลมหรือมีปัญหาเกี่ยวกับประกัน
- ถ้าต้องโทรติดต่อบริษัทประกัน หรือต้องแจ้งเคลมกับอู่ซ่อมรถ เลขนี้คือข้อมูลสำคัญที่ต้องใช้
-
วิธีเช็ก
- หาเลขที่กรมธรรม์ในเอกสารกรมธรรม์ที่ได้รับ (ทั้งแบบกระดาษและ e-Policy)
- ถ้าหาไม่เจอ ลองเช็กในแอปของบริษัทประกันที่คุณใช้อยู่ หรือโทรสอบถามฝ่ายบริการลูกค้า
2. ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เอาประกันภัย
-
ทำไมต้องเช็ก
- ข้อมูลส่วนตัวผิดพลาด อาจทำให้มีปัญหาเมื่อต้องเคลม หรืออาจทำให้สัญญากรมธรรม์เป็นโมฆะได้
- หากเป็นประกันที่ระบุชื่อผู้ขับขี่ ถ้าชื่อผิด เวลามีอุบัติเหตุ อาจไม่ได้รับความคุ้มครอง
-
วิธีเช็ก
- ตรวจสอบ ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ อาชีพ ว่าถูกต้องไหม
- ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ หรือข้อมูลอื่น ๆ ควรแจ้งบริษัทประกันให้แก้ไขทันที
3. ข้อมูลรถคันที่ทำประกัน
-
ทำไมต้องเช็ก
- หากข้อมูลรถไม่ตรงกับความเป็นจริง อาจเกิดปัญหาตอนเคลมได้ เช่น ถ้าหมายเลขทะเบียนผิด ระบบอาจค้นหากรมธรรม์ไม่เจอ
-
วิธีเช็ก
- ตรวจสอบ ยี่ห้อ รุ่น ปีจดทะเบียน เลขตัวถัง และเลขทะเบียนรถ
- ถ้าข้อมูลไม่ตรง รีบแจ้งบริษัทประกันให้แก้ไขโดยเร็ว
4. รายละเอียดความคุ้มครองและวงเงิน
-
ทำไมต้องเช็ก
- ควรรู้ว่าประกันคุ้มครองอะไรบ้าง และมีวงเงินคุ้มครองเท่าไหร่ เพื่อป้องกันปัญหาตอนเกิดอุบัติเหตุ
-
วิธีเช็ก
- เช็กว่าความคุ้มครองครอบคลุมอะไรบ้าง เช่น
- คุ้มครองตัวรถ (กรณีชน สูญหาย ไฟไหม้ ฯลฯ)
- คุ้มครองบุคคลภายนอก (ค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน ฯลฯ)
- คุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล (ให้คนขับ/ผู้โดยสาร)
- เช็กวงเงินสูงสุดที่สามารถเคลมได้ในแต่ละกรณี
- เช็กว่าความคุ้มครองครอบคลุมอะไรบ้าง เช่น
(เครดิตรูปภาพ: freepik)
5. ค่าใช้จ่ายและเบี้ยประกันภัยรถยนต์
-
ทำไมต้องเช็ก
- เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจ่ายเบี้ยประกันในราคาที่ถูกต้อง และได้ส่วนลดที่ควรได้รับ
-
วิธีเช็ก
- ดูว่าค่าเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายตรงกับที่ตกลงไว้หรือไม่
- เช็กส่วนลดพิเศษ เช่น ส่วนลดระบุชื่อผู้ขับขี่, ส่วนลดกลุ่ม, ส่วนลดลูกค้าประวัติดี (ไม่มีเคลม)
- ตรวจสอบยอดรวมที่ต้องจ่ายจริงว่ารวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม อากรแสตมป์ หรือไม่
6. เงื่อนไขกรมธรรม์และข้อจำกัดต่าง ๆ
-
ทำไมต้องเช็ก
- ข้อจำกัดในกรมธรรม์มีผลต่อการเคลม เช่น ถ้าเงื่อนไขระบุว่าไม่คุ้มครองการแข่งรถ หรือใช้รถเพื่อธุรกิจขนส่ง แล้วคุณใช้รถผิดวัตถุประสงค์ ประกันอาจไม่จ่าย
-
วิธีเช็ก
- อ่านข้อยกเว้นในกรมธรรม์ให้ละเอียด เช่น ไม่คุ้มครองการใช้รถนอกราชอาณาจักร, ไม่คุ้มครองอุบัติเหตุที่เกิดจากการใช้แอลกอฮอล์เกินกำหนด, ไม่คุ้มครองเมื่อรถถูกใช้ผิดประเภท (เช่น รถบ้านถูกนำไปใช้รับจ้าง)
7. นโยบายการเวนคืนกรมธรรม์
-
ทำไมต้องเช็ก
- ถ้าคุณต้องการยกเลิกกรมธรรม์ก่อนครบกำหนด ควรรู้ว่าได้เงินคืนเท่าไหร่และต้องทำอย่างไร
-
วิธีเช็ก
- อ่านเงื่อนไขเกี่ยวกับการยกเลิกประกัน เช่น หากเป็นฝ่ายผู้เอาประกันยกเลิก จะได้คืนกี่เปอร์เซ็นต์ของเบี้ยประกันที่จ่ายไป หรือหากบริษัทประกันเป็นฝ่ายยกเลิก จะมีการคืนเงินแบบไหน
8. ความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้าย
-
ทำไมต้องเช็ก
- บางกรมธรรม์อาจมีเอกสารแนบท้ายที่ให้ความคุ้มครองเพิ่มเติม เช่น การประกันตัวผู้ขับขี่
-
วิธีเช็ก
- ตรวจสอบว่ามีความคุ้มครองเพิ่มเติมอะไรบ้าง เช่น ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติมสำหรับคนขับ/ผู้โดยสาร, ค่าชดเชยรายวันระหว่างซ่อมรถ, คุ้มครองอุปกรณ์เสริมของรถยนต์
เอกสารกรมธรรม์ประกันรถยนต์ไม่ใช่แค่กระดาษธรรมดา แต่เป็นข้อตกลงที่คุณต้องอ่านและเข้าใจอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อประกัน เช็กให้ครบทุกจุดเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต โดยเฉพาะตอนที่ต้องเคลมหรือต่อประกันปีถัดไป
ถ้าคุณอ่านครบทุกข้อแล้ว ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับประกันรถยนต์ของคุณ อย่าลังเลที่จะติดต่อบริษัทประกันเพื่อสอบถามโดยตรง!
หากคุณกำลังมองการประกันภัยรถ ให้ Motorist ช่วยหากรมธรรม์ที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับรถของคุณ!
รับสิทธิ์ประเมินราคารถฟรีวันนี้!
อ่านเพิ่มเติม: แจ้งเคลมประกันย้อนหลังได้ภายในกี่วัน? ต้องรู้ก่อนเสียสิทธิ์!
ต้องการ ราคาประเมินรถ? สามารถติดต่อเราเพื่อรับการประเมินราคารถฟรี ภายใน 24 ชั่วโมงได้เลย…